top

รอบรู้เรื่องบ้าน

รอบรู้เรื่องอสังหาฯ รอบรู้เรื่องบ้าน

หนึ่งในปัญหาที่นักลงทุนอาจได้พบเจอ คือ การที่มีอสังหาริมทรัพย์อยู่ในครอบครอง แล้วไม่สามารถปล่อยเช่าหรือทำกำไรได้อย่างที่ตั้งใจเอาไว้ อาจจะด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจหรือข้อกำหนดต่าง ๆ ที่อาจไม่เอื้ออำนวยเท่าที่ควร ซึ่งเดิมทีประเทศของเราก็มีข้อกำหนดหรือกฎเกณฑ์เกี่ยวกับสิทธิในอสังหาริมทรัพย์หลากหลายข้อ แต่อาจยังไม่ก่อให้เกิดสภาพคล่องแก่นักลงทุนเท่าที่ควร เหตุนี้เองจึงเป็นที่มาของพระราชบัญญัติ 'ทรัพย์อิงสิทธิ'   หากเราพูดถึงสิทธิในการถือครองด้านอสังหาริมทรัพย์ เราอาจเคยได้ยินวิธีการหลากหลายรูปแบบที่ สามารถสร้างรายได้หรือมีสิทธิ์จากอสังหาริมทรัพย์นั้น ๆ ได้ เราจะเรียกว่า 'ทรัพยสิทธิ'  อย่างที่คนทั่วไปอาจรู้จักกัน ประกอบด้วย กรรมสิทธิ : สิทธิในการถือครองหรือเป็นเจ้าของทรัพย์สินนั้น ๆ สิทธิครอบครอง : สิทธิในการครอบครองทรัพย์สินนั้น ๆ ไว้ แม้จะไม่มีกรรมสิทธิในทรัพย์สินนั้น ๆ เช่น ผู้ที่เช่าบ้านอยู่ ย่อมมีสิทธิครอบครองในบ้าน แม้กรรมสิทธิจะอยู่ที่เจ้าของบ้านตัวจริงก็ตาม ภาระจำยอม : ข้อผูกพันอันเป็นเหตุให้เจ้าของอสังหาริมทรัพย์

หน้าฝนแบบนี้ สิ่งที่ควรเฝ้าระวังให้ดีเลยสำหรับคนที่มีบ้าน คือเหตุการณ์ ”น้ำท่วม” ซึ่งไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าเหตุการณ์น้ำท่วมจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่ หากบ้านคุณอยู่ในพื้นที่สูงอาจอุ่นใจได้บ้าง แต่อุทกภัยเกิดขึ้นได้แบบไม่คาดฝัน เราจะเตรียมตัวและรับมือเหตุการณ์นี้อย่างไรได้บ้าง เพื่อไม่ให้น้ำท่วมตา วันนี้ ‘สาระอสังหา’ จะมาแนะนำให้ทุกท่านทราบกัน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 ระยะด้วยกัน ระยะแรก : เตรียมรับมือก่อนน้ำท่วม หากได้รับสัญญาณหรือคำเตือนจากภาครัฐหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีโอกาสที่น้ำจะท่วม เราควรรีบเตรียมตัวให้พร้อมเพื่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดกับบ้าน ขนย้ายสิ่งของเครื่องใช้ต่าง ๆ ขึ้นที่สูง ทั้งทรัพย์สินมีค่า เครื่องใช้ไฟฟ้าและยานพาหนะไปยังที่ปลอดภัย  กักตุนสิ่งของที่จำเป็น สำหรับการอยู่อาศัยในช่วงน้ำท่วม ซึ่งต้องคำนึงให้เพียงพอต่อจำนวนผู้อยู่อาศัยภายในบ้าน สิ่งที่ควรเตรียมไว้ได้แก่ น้ำสะอาด ทั้งสำหรับดื่มและอาบ อาหารที่สามารถรับประทานได้ง่าย ๆ เช่น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง ขนมปัง   ยาสามัญประจำบ้าน เช่น ยาแก้ปวด ยาลดไข้ ยาสำหรับผู้มีโรคประจำตัว สิ่งของจำเป้น

หลายคนที่พักอาศัยอยู่ในบ้านโครงการต่าง ๆ หรือคอนโดมิเนียมทั่ว ๆ ไป จะต้องเจอกับการเรียกเก็บ ‘ค่าส่วนกลาง’ ที่ไม่ว่าจะมาในรูปแบบจ่ายรายเดือน หรือจ่ายรายปี แต่เคยสงสัยกันไหมว่า ค่าส่วนกลางคอนโด-บ้าน เขาเก็บไปทำอะไรกันแน่ แล้วถ้าเรารู้สึกว่าเราใช้พื้นที่ส่วนกลางไม่คุ้ม หรือแทบไม่ได้ใช้เลย เราขอไม่จ่ายได้ไหม เดี๋ยววันนี้ สาระอสังหา จะมาหาคำตอบให้ทุกคนได้ทราบกัน   ค่าส่วนกลาง (Maintenance Fee / Common Fee) คือค่าใช้จ่ายในการบริหารโครงการ ที่นิติบุคคลของโครงการต้องเรียกเก็บกับลูกบ้านหรือเจ้าของห้องชุด (คอนโด) เพื่อนำไปใช้จ่ายสำหรับการดูแลและบำรุงพื้นที่ส่วนกลางของโครงการ ให้ลูกบ้านหรือเจ้าของห้องชุด (คอนโด) ได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ได้แก่ ค่าน้ำ/ค่าไฟฟ้าในอาคารของพื้นที่ส่วนกลาง ค่าทำความสะอาดโดยรอบ ค่าจ้างในการดูแลสวน ค่าจ้างเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ค่าซ่อมบำรุงพื้นที่ส่วนกลางในกรณีที่อาจเกิดความเสียหาย เช่น ค่าซ่อมเครื่องเล่นในฟิตเนส ค่าซ่อมลิฟต์ และอื่น

ในปัจจุบัน การเปิดประตูให้กับชาวต่างชาติเข้ามาซื้ออสังหาในประเทศไทย อาจเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจในการสร้างโอกาสให้แก่ประเทศ เพียงแต่ว่ายังคงเป็นประเด็นไม่น้อยสำหรับการที่จะให้ชาวต่างชาติเข้ามาซื้อที่ดินหรืออสังหาในไทยว่า เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจจริง ๆ ใช่ไหม หรือเป็นการ “ขายชาติ” หรือเปล่า วันนี้ สาระอสังหา จะลองมาวิเคราะห์ประเด็นนี้ให้ทุกคนได้รู้ไปพร้อม ๆ กัน   ทำความเข้าใจกันก่อนว่า ปัจจุบันนี้ชาวต่างชาติสามารถซื้ออสังหาในประเทศในไทยได้ โดยชาวต่างชาติที่สามารถเข้ามาซื้อบ้านในไทยได้ จะต้องเป็นชาวต่างชาติที่มีศักยภาพสูง และเป็นผู้ที่พำนักอาศัยในไทยระยะยาว โดยแยกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่  ชาวต่างชาติที่มีความมั่นคงสูง ชาวต่างชาติที่เกษียณอายุ ชาวต่างชาติที่ต้องการทำงานจากประเทศไทย ชาวต่างชาติที่มีทักษะเชี่ยวชาญพิเศษ สามารถพำนักและทำงานในประเทศไทย   ข้อกำหนดสำหรับชาวต่างชาติสำหรับซื้อบ้านและที่ดินในไทย ชาวต่างชาติสามารถถือครองที่ดินได้ไม่เกิน 1 ไร่ ต่างชาติสามารถซื้อที่ดินกับผู้ขายที่มีชื่ออยู่ในเอกสารแสดงสิทธิ์เท่านั้น หากมีการโอนที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ผู้ขายจำเป็นต้องมีเอกสารหลักฐานการเป็นเจ้าของสิ่งปลูกสร้างนั้นด้วย

การจะซื้อบ้านสักหลังนึง ทิศทางของหน้าบ้านก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม เพราะทิศทางของแดดและลมที่จะเข้ามาสู่ตัวบ้านย่อมมีผลต่อตัวบ้านและผู้ที่อยู่อาศัยในบ้านด้วย และในศาสตร์อย่างฮวงจุ้ยก็มีความเชื่อเรื่องการหันทิศทางของหน้าบ้านเช่นเดียวกัน แล้วแบบนี้เราจะเลือกอย่างไรดี จะเชื่อในหลักภูมิศาสตร์ หรือในหลักของศาสตร์ฮวงจุ้ย วันนี้ สาระอสังหา มาเทียบให้ดูกันว่าแต่ละศาสตร์แต่ละหลักการจะมีข้อมูลที่เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร   เลือกทิศทางบ้านตามหลักฮวงจุ้ย ทิศเหนือ : ทิศของธาตุน้ำ เสริมอำนาจบารมี มีหลากหลายความเชื่อมากมายว่า การหันหน้าบ้านไปทางทิศเหนือจะทำให้ส่งเสริมเรื่องของอำนาจหน้าที่ ทำให้คนที่อยู่ในบ้านอยู่ในตำแหน่งที่สูง มีอำนาจในงานของตน แต่ในศาสตร์บางศาสตร์ของฮวงจุ้ย ทิศเหนือก็ไม่ใช่ทิศที่ดีมากนัก เพราะลมไม่ค่อยพัดผ่าน มีความเชื่อกันว่าคนที่อาศัยอยู่ในบ้านที่หันหน้าไปทางทิศเหนือ จะทำบุญกับคนไม่ขึ้น จึงไม่เป็นที่นิยมสำหรับการหันหน้าบ้านไปทางทิศเหนือในศาสตร์ฮวงจุ้ย ทิศเหนือนี้สีตัวแทนคือสีโทน ฟ้า น้ำเงิน เทา ดำ   ทิศใต้ : ทิศของธาตุไฟ เสริมโชคลาภเงินทอง  ตามหลักของฮวงจุ้ยแล้ว ทิศใต้ถือว่าเป็นทิศที่ดีสำหรับการหันหน้าบ้านไปทางทิศใต้ เพราะเชื่อว่าเป็นทิศที่มีโชคเรื่องความมั่งคั่งเด่นกว่าทิศอื่น ๆ รับทรัพย์ รับทอง มีลมพัดเข้าเพื่อรับทรัยพ์ตลอดทั้งปี ตกน้ำไม่ไหลตกไฟไม่ไหม้ แต่คนที่อยู่ในบ้านทางทิศใต้จะเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน มีงานเข้าตลอดทั้งปี ต้องระวังเรื่องปัญหาสุขภาพจากการทำงาน

ปัญหาเพื่อนบ้านถือเป็นเรื่องธรรมดาที่สามารถพบเจอได้ชีวิตประจำวัน แน่นอนว่าคนเราต่างมีวิธีคิดและนิสัยใจคอแต่งต่างกัน จึงมีข้อกฎหมายที่เปรียบเสมือนตัวกลางเข้ามาสร้างบรรทัดฐานทางสังคมและการอยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม

หลายคนอาจจะทราบกันดีว่าเราสามรถทำประกันบ้านได้ แต่ก็ยังมีอีกหลายคนที่อาจจะยังไม่ทราบสิทธิประโยชน์ การคุ้มครองต่าง ๆ รวมถึงวิธีคำนวณประกันภัยบ้าน แล้วประกันภัยบ้านมีความสำคัญอย่างไร จำเป็นต้องทำทุกหลังหรือไม่

การกู้เงินสร้างบ้านก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำคัญ ที่ได้รับความนิยมอยู่ในปัจจุบัน นอกจากจะได้บ้านที่ตรงใจ ตรงสเปก แล้วยังสามารถกำหนดได้ทั้งหมด ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องที่ฟังแล้วดูดี ดูกำหนดได้หลาย ๆ อย่าง แต่นั่นก็ไม่ได้การันตีว่าจะไม่มีข้อเสียเลยสักทีเดียว อ่านเพิ่มเติม

ต้นไม้ข้างบ้านรุกล้ำเข้ามาในเขตที่ดิน ถือเป็นกรณีระหว่างเพื่อนบ้านที่พบเห็นได้บ่อย ตั้งแต่เจรจาแล้วจบ ไปจนถึงทะเลาะวิวาทขึ้นโรงขึ้นศาลกันเลยทีเดียว ทำความเข้าใจข้อกฎหมายการตัดกิ่งไม้บ้านคนอื่น พร้อมวิธีแก้ไขเรื่องที่หลายคนสงสัย

การเพิ่มพื้นที่ภายในบ้าน การวางฟังก์ชันบ้านที่ดีอย่างเหมาะสม ช่วยให้เกิดการใช้งานของพื้นที่ที่คุ้มค่า ยิ่งการผสมผสานฟังก์ชันให้สามารถปรับเปลี่ยนได้ ทำให้ฟังก์ชันบางอย่างได้ขนาดของพื้นที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

หมวดหมู่