top

กฎหมาย

กฎหมาย

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ‘การลักทรัพย์’ ถือเป็นการกระทำความผิดทางอาญาที่ล้วนมีโทษทัณฑ์ทางกฎหมายทั้งสิ้น โดยผู้กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษเป็นการจำคุกหรือเสียค่าปรับตลอดจนทั้งจำทั้งปรับตามที่ตราเอาไว้ในประมวลกฎหมายโดยความหนักเบาของโทษ จะขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของความผิดที่ได้กระทำ แต่การกระทำผิดกฎหมายอาญาทั้งการลักทรัพย์และการบุกรุกยังมีโทษความหนักเบาของโทษที่แบ่งตามเวลาอีกด้วย สาระอสังหา จึงอยากจะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของโทษการลักทรัพย์ทั้งตอนกลางวันตลอดจนตอนกลางคืนกัน   ความหมายของ ‘กลางวัน’ และ ‘กลางคืน’ กลางวัน เป็นช่วงระยะเวลาตั้งแต่ยํ่ารุ่งถึงยํ่าคํ่า หรือตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก กลางคืน เป็นช่วงระยะเวลาตั้งแต่ยํ่าคํ่าถึงยํ่ารุ่ง หรือเวลาระหว่างพระอาทิตย์ตกกับพระอาทิตย์ขึ้น     การลักทรัพย์ ตอนกลางวันและตอนกลางคืน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ได้ระบุไว้ว่า การลักทรัพย์คือการกระทำผิดโดยการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปครอบครองเป็นของตนหรือมอบทรัพย์นั้นให้แก่ผู้อื่น มีโทษ   ปรับไม่เกิน 60,000 บาท จำคุกไม่เกิน 3 ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ได้ระบุไว้ว่า  ผู้ที่ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ระหว่างพระอาทิตย์ตกกับพระอาทิตย์ขึ้น ผู้ที่ลักทรัพย์ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัยหรือภัยพิบัติอื่น ๆ

  การจะเซ็นการค้ำประกันให้ใครสักคน คงจะเป็นเรื่องที่ชวนให้ลำบากใจไม่น้อย เพราะเราจะต้องรับผิดชอบหนี้สินแทนผู้อื่นหากบุคคลที่เราค้ำให้ ไม่สามารถชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้ได้ แต่จะทำอย่างไรได้ถ้าหากผู้ที่มาขอให้ค้ำประกันเป็นคนสำคัญในครอบครัว เป็นคนที่เคยมีบุญคุณต่อเรา หรือเป็นเพื่อนสนิทที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน วันนี้สาระอสังหาจะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจกฎหมายและสิทธิของผู้ค้ำประกัน     ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์พระราชบัญญัติฉบับแก้ไข พ.ศ. 2557 บัญญัติไว้ดังนี้ มาตรา 680  อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่ สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น สรุปความ  การค้ำประกันเปรียบเสมือนสัญญาระหว่างผู้ค้ำกับเจ้าหนี้ ว่าจะชำระเงินแทนลูกหนี้เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือที่มีลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน หากไม่มีจะไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ค้ำได้ มาตรา 681/12  ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ สรุปความ หากสัญญาดังกล่าวระบุให้ผู้ค้ำมีสถานะเป็นลูกหนี้ร่วมสัญญานั้นถือเป็นโมฆะ มาตรา 686 เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด เจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

  เผยกลเม็ด! การเลี่ยงภาษีเพื่อขายที่ดินแบบถูกกฎหมาย “มีสองสิ่งที่คนเราไม่สามารถหนีพ้นได้ คือ ความตาย และภาษี” เป็นหนึ่งในคำกล่าวที่สื่อถึงวงจรชีวิตของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี เพราะไม่มีใครหนีพ้นความตายได้ แล้วการเสียภาษีเป็นสิ่งที่พลเมืองทุกคนต้องทำเมื่อมีอายุหรือรายได้เข้าเกณฑ์ตามแต่กฎหมายของแต่ละที่กำหนดไว้ แต่รู้หรือไม่ว่าการขายอสังหาริมทรัพย์มีวิธีที่สามารถเลี่ยงภาษีธุรกิจเฉพาะสำหรับบุคคลธรรมดาได้ แต่ก่อนอื่นเราต้องมาทำความรู้จักกับภาษีธุรกิจเฉพาะก่อน ภาษีธุรกิจเฉพาะ คือ ภาษีตามประมวลรัษฎากรประเภทหนึ่ง จัดเก็บจากการประกอบกิจการเฉพาะอย่างที่ไม่สามารถคำนวณหรือจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากการขายสินค้า หรือการให้บริการในแต่ละขั้นตอนการผลิต และจำหน่ายสินค้าหรือบริการได้ โดยกิจการประเภทอสังหาริมทรัพย์เองก็นับเป็นธุกิจที่ต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะด้วยเช่นกัน ซึ่งมีเกณฑ์การเสียรวมถึงการยกเว้นภาษี ดังนี้ การขายอสังหาริมทรัพย์ทางการค้าหรือหากำไร ไม่ว่าอสังหาริมทรัพย์นั้นจะได้มาโดยวิธีใดก็ตาม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามพระราชกฤษฎีกาฯ (ฉบับที่ 342) พ.ศ.2541 ว่าด้วยการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ถือว่าเป็นทางการค้าหรือหากำไรตามพระราชกฤษฎีกาฯ ได้แก่การขายอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม ดังต่อไปนี้     จากเกณฑ์ข้างต้นพบว่าหากทำการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ได้มาสามารถขายได้ 5 ปีหลังจากได้มา หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านไม่น้อยกว่า 1 ปี จะได้รับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะทันที และถ้าหากทุกท่านชื่นชอบบทความแบบนี้ สาระอสังหายังมีบทความดี ๆ เกี่ยวกับการเงิน-การลงทุน รวมถึงที่ดินและอสังหาฯ

  แนวที่ดินใต้เสาไฟฟ้าแรงสูงรู้ไว้ไม่เสียเปรียบ ในวงการอสังหาฯ มีที่ดินหลากหลายแบบในหลากหลายพื้นที่ที่น่าสนใจต่อการลงทุน และสามารถสร้างเม็ดเงินกำไรให้กับผู้ถือครองได้ไม่น้อย โดยปกติแล้วเรามักคุ้นเคยกันว่าเมื่อเวลาผ่านไปที่ดินส่วนใหญ่จะมีมูลค่าสูงขึ้น แต่เชื่อไหมว่านอกจากที่ดินที่ให้มูลค่าสูงตามกาลเวลาแล้ว ยังมีที่ดินประเภทที่เมื่อถือครองแล้วมีโอกาสขาดทุนหรือได้กำไรเพียงน้อยนิด หนึ่งในนั้น คือ ‘แนวที่ดินใต้เสาไฟฟ้าแรงสูง’ วันนี้สาระอสังหาจะมาอธิบายถึงข้อห้ามต่าง ๆ ในพื้นที่แนวที่ดินใต้เสาไฟฟ้าแรงสูง รวมถึงสิ่งที่สามารถทำได้ในพื้นที่ดังกล่าว     เบื้องต้นเราต้องทำความเข้าใจถึงกฎระเบียบต่าง ๆ ที่ถูกเขียนไว้ในพระราชบัญญัติการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2511 ได้ประกาศไว้ดังนี้      1. ห้ามมิให้ผู้ใดกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง อันเป็นอันตรายแก่ระบบไฟฟ้า เช่น ห้ามนำวัสดุ อุปกรณ์ หรือเครื่องจักรกล เช่น รถเครน รถยก รถตัก รถขุด เข้าใกล้สายไฟฟ้าแรงสูงน้อยกว่า 4 เมตร หรือ  ห้ามเผาไร้อ้อย นาข้าว ป่าพง หรือวัสดุอื่นใดในเขตแนวเดินสายไฟฟ้า  

การอยู่คอนโดมิเนียมเป็นอีกหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนสมัยใหม่ที่มักจะเลือกเป็นที่อยู่อาศัยแทนการอยู่บ้าน ด้วยความสะดวกในการเดินทางหรือความเป็นส่วนตัวกว่าการอยู่บ้านร่วมกันหลาย ๆ คน ยิ่งในปัจจุบันมีโครงการคอนโดสร้างใหม่ใจกลางเมืองเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ก็ยิ่งทำให้มีผู้เข้าพักอาศัยในคอนโดมากขึ้นเช่นกัน แต่หนึ่งสิ่งที่หลาย ๆ ท่านอาจละเลยหรือไม่ทราบ นั่นก็คือเรื่องความปลอดภัยอย่าง ‘บันไดหนีไฟในคอนโด’ เพราะหากเกิดอัคคีภัยหรือเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ส่งผลต่อความอันตรายของผู้พักอาศัยในคอนโด บันไดหนีไฟเปรียบเสมือนทางรอดในเหตุการณ์นั้น ๆ วันนี้ สาระอสังหา จะมาแนะนำความรู้บันไดหนีไฟและกฎหมายบันไดหนีไฟที่น่าสนใจแก่ทุก ๆ คนกัน ลักษณะของบันไดหนีไฟที่ถูกต้อง ตามกฎหมายกระทรวงฉบับที่ 55 (พ.ศ.2543) ออกตามความใน พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 จะต้องมีลักษณะดังต่อไปนี้ 1. อาคารที่สูงตั้งแต่ 4 ชั้นขึ้นไปแต่ไม่เกิน 23 เมตร หรืออาคารสูง 3 ชั้นและมีดาดฟ้าที่มีพื้นที่เกิน 16 ตารางเมตร ต้องมีบันไดหนีไฟที่ทำด้วยวัสดุทนไฟอย่างน้อย 1

โดยปกติก็ไม่มีใครที่อยากเสียภาษีเยอะเกินความจำเป็นจนกระทบความมั่นคงของรายได้ ดังนั้น การวางแผนภาษีและทำความรู้จักเงินที่เราต้องจ่ายออกไปในทุก ๆ ปี จึงเป็นเรื่องพื้นฐานที่ควรทำความเข้าใจ

การแบ่งแปลงที่ดินเพื่อขายมีกฎหมายพ.ร.บ.การจัดสรรที่ดิน พ.ศ. 2543 เข้ามาอ้างอิง ผู้เป็นเจ้าของที่ดินมีสิทธิแบ่งขายได้กี่แปลง แล้วมีข้อกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการแบ่งแปลงที่ดินเพื่อขายหรือไม่ จำเป็นต้องขออนุญาตใคร

การเปลี่ยนถ่ายอำนาจจากเจ้าของโครงการบ้านจัดสรร สู่กระบวนการที่ให้ลูกบ้านบริหารจัดการกันเอง หรือภายใต้คำนิยาม ‘นิติบุคคล หมู่บ้านจัดสรร’ มีกระบวนการขั้นตอนอย่างไร มีข้อกฎหมายใดในการดำเนินการ

เจ้าของอสังหาริมทรัพย์หรือผู้ลงทุนที่ต้องการสร้างห้องแถวหรือตึกแถว จำเป็นต้องดำเนินการโดยอ้างอิงตามฎกระทรวงฉบับที่ 55 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2543 เกี่ยวกับขนาดความกว้างของตึกและระยะร่นอาคาร เพราะความไม่รู้อาจเป็นสาเหตุให้เจ้าของตึกต้องเสียเวลาแก้ไข

ในกรณีที่ต้องการใช้เงินด่วน แต่ไม่อยากนำทรัพย์ไปขายขาด สำหรับใครที่มีที่ดิน บ้าน “การขายฝาก” เป็นทางเลือกที่ดี ข้อกำหนดเงื่อนไขต่าง ๆ ในแง่ของกฎหมาย สิทธิ์การใช้ประโยชน์บนทรัพย์

หมวดหมู่