top

กฎหมาย

กฎหมาย รู้ไหม ‘การลักทรัพย์’ “ตอนกลางคืนโทษหนักกว่าตอนกลางวัน”

อย่างที่เราทราบกันดีว่า ‘การลักทรัพย์’ ถือเป็นการกระทำความผิดทางอาญาที่ล้วนมีโทษทัณฑ์ทางกฎหมายทั้งสิ้น โดยผู้กระทำความผิดจะต้องได้รับโทษเป็นการจำคุกหรือเสียค่าปรับตลอดจนทั้งจำทั้งปรับตามที่ตราเอาไว้ในประมวลกฎหมายโดยความหนักเบาของโทษ จะขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของความผิดที่ได้กระทำ แต่การกระทำผิดกฎหมายอาญาทั้งการลักทรัพย์และการบุกรุกยังมีโทษความหนักเบาของโทษที่แบ่งตามเวลาอีกด้วย สาระอสังหา จึงอยากจะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของโทษการลักทรัพย์ทั้งตอนกลางวันตลอดจนตอนกลางคืนกัน

 

ความหมายของ ‘กลางวัน’ และ ‘กลางคืน’

    • กลางวัน เป็นช่วงระยะเวลาตั้งแต่ยํ่ารุ่งถึงยํ่าคํ่า หรือตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจนพระอาทิตย์ตก
    • กลางคืน เป็นช่วงระยะเวลาตั้งแต่ยํ่าคํ่าถึงยํ่ารุ่ง หรือเวลาระหว่างพระอาทิตย์ตกกับพระอาทิตย์ขึ้น

 

 

การลักทรัพย์ ตอนกลางวันและตอนกลางคืน

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 334 ได้ระบุไว้ว่า การลักทรัพย์คือการกระทำผิดโดยการเอาทรัพย์ของผู้อื่นไปครอบครองเป็นของตนหรือมอบทรัพย์นั้นให้แก่ผู้อื่น

มีโทษ  

    • ปรับไม่เกิน 60,000 บาท
    • จำคุกไม่เกิน 3 ปี

ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 ได้ระบุไว้ว่า 

    • ผู้ที่ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ระหว่างพระอาทิตย์ตกกับพระอาทิตย์ขึ้น
    • ผู้ที่ลักทรัพย์ในที่หรือบริเวณที่มีเหตุเพลิงไหม้ การระเบิด อุทกภัยหรือภัยพิบัติอื่น ๆ โดยอาศัยโอกาสที่เกิดความวุ่นวายนั้น ๆ
    • ทำลายสิ่งที่ป้องกันทรัพย์ หรือโดยผ่านสิ่งเช่นว่านั้นเข้าไปด้วยประการใด ๆ เพื่อเข้าไปลักทรัพย์ 
    • เข้าไปลักทรัพย์ทางช่องทางซึ่งได้ทำขึ้นโดยไม่ได้จำนงให้เป็นทางคนเข้า หรือเข้าทางช่องทางซึ่งผู้เป็นใจเปิดไว้ให้

มีโทษ

    • ปรับตั้งแต่ 20,000 บาทถึง 100,000 บาท
    • จำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 5 ปี

 

การบุกรุกตอนกลางวันและตอนกลางคืน

การบุกรุกคือการที่ผู้ใดก็ตามเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือไม่มีเหตุอันควรให้เข้าไป ให้ถือเป็นการบุกรุกทั้งสิ้น ตามประมวลกฎหมายอาญาหมวด 8 ความผิดฐานบุกรุกได้ระบุไว้ว่า

 

มาตรา 362 ผู้ใดก็ตามเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใด ๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข

มีโทษ

    • ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
    • จำคุกไม่เกิน 1 ปี

 

มาตรา 363  ผู้ใดเพื่อถือเอาอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นเป็นของตนหรือของบุคคลที่สาม ยักย้ายหรือทำลายเครื่องหมายเขตแห่งอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมดหรือแต่บางส่วน

มีโทษ

    • ปรับไม่เกิน 60,000 บาท
    • จำคุกไม่เกิน 3 ปี 
    • หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา 364 ผู้ใดโดยไม่มีเหตุอันสมควร เข้าไปหรือซ่อนตัวอยู่ในเคหสถาน อาคารเก็บรักษาทรัพย์หรือสำนักงานในความครอบครองของผู้อื่น หรือไม่ยอมออกไปจากสถานที่เช่นว่านั้นเมื่อผู้มีสิทธิที่จะห้ามมิให้เข้าไปได้ไล่ให้ออก

มีโทษ

    • ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
    • จำคุกไม่เกิน 1 ปี 
    • หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

มาตรา 365  ถ้าการกระทำความผิดตามมาตรา 362 มาตรา 363 หรือมาตรา 364 ได้กระทำ

    • ในเวลากลางคืน
    • โดยใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย
    • โดยมีอาวุธหรือโดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป 

มีโทษ

    • ปรับไม่เกิน 100,000 บาท
    • จำคุกไม่เกิน 5 ปี 
    • หรือทั้งจำทั้งปรับ

 

จากประมวลกฎที่ยกมาแสดงให้เห็นได้ชัดว่าการะกระทำความผิดตอนกลางคืนมีโทษที่หนักกว่าตอนกลางวัน เนื่องจากการลักทรัพย์ การบุกรุกของบรรดาโจร ขโมยมักลงมือกระทำความผิดในตอนกลางคืน แต่ใช่ว่าตอนกลางวันจะไร้ซึ่งความเสี่ยงจากการลักทรัพย์และการบุกรุกที่จะมีต่อบ้านแสนรักของเรา จะดีกว่าไหมถ้าเรามีประกันบ้านไว้เพื่อกรณีที่บ้านเราถูกบุกรุกและลักทรัพย์สินภายในบ้าน ก็ยังมีค่าสินไหมจากประกันที่ทำไว้มาช่วยจ่ายค่าเสียหาย สาระอสังหาจึงอยากแนะนำ TQM Home ที่มีประกันบ้านอย่างประกันภัยบ้านเติมรักจากประกันภัยไทยวิวัฒน์ มีเบี้ยเริ่มต้นเพียงปีละ 1,800 บาท ที่มาพร้อมเจ้าหน้าที่ให้คำปรึกษาเรื่องประกันภัยบ้านฟรี 24 ชั่วโมง เคลมสะดวก พร้อมดูแลทุกผลประโยชน์ของผู้อยู่อาศัย สนใจสามารถคลิกลิงก์ด้านล่างได้เลย! 

 

หมวดหมู่