top

กฎหมาย

กฎหมาย กฎหมายการค้ำประกัน รู้ไว้ก่อนเซ็นค้ำให้ใคร

 

การจะเซ็นการค้ำประกันให้ใครสักคน คงจะเป็นเรื่องที่ชวนให้ลำบากใจไม่น้อย เพราะเราจะต้องรับผิดชอบหนี้สินแทนผู้อื่นหากบุคคลที่เราค้ำให้ ไม่สามารถชำระหนี้คืนแก่เจ้าหนี้ได้ แต่จะทำอย่างไรได้ถ้าหากผู้ที่มาขอให้ค้ำประกันเป็นคนสำคัญในครอบครัว เป็นคนที่เคยมีบุญคุณต่อเรา หรือเป็นเพื่อนสนิทที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน วันนี้สาระอสังหาจะพาทุกท่านมาทำความเข้าใจกฎหมายและสิทธิของผู้ค้ำประกัน

 

 

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์พระราชบัญญัติฉบับแก้ไข พ.ศ. 2557 บัญญัติไว้ดังนี้

มาตรา 680  อันว่าค้ำประกันนั้น คือสัญญาซึ่งบุคคลภายนอกคนหนึ่ง เรียกว่า ผู้ค้ำประกัน ผูกพันตนต่อเจ้าหนี้คนหนึ่ง เพื่อชำระหนี้ในเมื่อลูกหนี้ไม่ชำระหนี้นั้น อนึ่ง สัญญาค้ำประกันนั้น ถ้ามิได้มีหลักฐานเป็นหนังสืออย่างใดอย่างหนึ่งลงลายมือชื่อผู้ค้ำประกันเป็นสำคัญ ท่านว่าจะฟ้องร้องให้บังคับคดีหาได้ไม่

สัญญาค้ำประกันต้องระบุหนี้หรือสัญญาที่ค้ำประกันไว้โดยชัดแจ้ง และผู้ค้ำประกันย่อมรับผิดเฉพาะหนี้หรือสัญญาที่ระบุไว้เท่านั้น

  • สรุปความ  การค้ำประกันเปรียบเสมือนสัญญาระหว่างผู้ค้ำกับเจ้าหนี้ ว่าจะชำระเงินแทนลูกหนี้เมื่อลูกหนี้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ ซึ่งต้องทำเป็นหนังสือที่มีลายมือชื่อผู้ค้ำประกัน หากไม่มีจะไม่สามารถเรียกเก็บเงินจากผู้ค้ำได้

มาตรา 681/12  ข้อตกลงใดที่กำหนดให้ผู้ค้ำประกันต้องรับผิดอย่างเดียวกับลูกหนี้ร่วมหรือในฐานะเป็นลูกหนี้ร่วม ข้อตกลงนั้นเป็นโมฆะ

  • สรุปความ หากสัญญาดังกล่าวระบุให้ผู้ค้ำมีสถานะเป็นลูกหนี้ร่วมสัญญานั้นถือเป็นโมฆะ

มาตรา 686 เมื่อลูกหนี้ผิดนัด ให้เจ้าหนี้มีหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำประกันภายในหกสิบวันนับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด และไม่ว่ากรณีจะเป็นประการใด เจ้าหนี้จะเรียกให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ก่อนที่หนังสือบอกกล่าวจะไปถึงผู้ค้ำประกันมิได้ แต่ไม่ตัดสิทธิผู้ค้ำประกันที่จะชำระหนี้เมื่อหนี้ถึงกำหนดชำระ ในกรณีที่เจ้าหนี้มิได้มีหนังสือบอกกล่าวภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน ตลอดจนค่าภาระติดพันอันเป็นอุปกรณ์แห่งหนี้รายนั้นบรรดาที่เกิดขึ้นภายหลังจากพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

  • สรุปความ หากลูกหนี้ผิดนัดชำระ เจ้าหนี้จะทำหนังสือบอกกล่าวไปยังผู้ค้ำภายใน 60 วัน นับแต่วันที่ลูกหนี้ผิดนัด แต่เจ้าหนี้ไม่สามารถเรียกชำระหนี้จากผู้ค้ำประกันก่อนมีหนังสือบอกกล่าวไปถึงผู้ค้ำประกันได้ หากเจ้าหนี้ไม่ออกหนังสือบอกกล่าวภายใน 60 วัน ถือว่าผู้ค้ำประกันหลุดพ้นจากความรับผิดในดอกเบี้ยและค่าสินไหมทดแทน

มาตรา 688 เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้จะถูกศาลพิพากษาให้เป็นคนล้มละลายเสียแล้ว หรือไม่ปรากฏว่าลูกหนี้ไปอยู่แห่งใดในพระราชอาณาเขต

  • สรุปความ เมื่อเจ้าหนี้ทวงให้ผู้ค้ำประกันชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันจะขอให้เรียกลูกหนี้ชำระก่อนก็ได้ เว้นแต่ลูกหนี้ถูกศาลสั่งให้เป็นบุคคลล้มละลาย ผู้ค้ำประกันจึงต้องชำระแทน

มาตรา 689 ถึงแม้จะได้เรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ดังกล่าวมาในมาตราก่อนนั้นแล้วก็ตาม ถ้าผู้ค้ำประกันพิสูจน์ได้ว่าลูกหนี้นั้นมีทางที่จะชำระหนี้ได้ และการที่จะบังคับให้ลูกหนี้ชำระหนี้นั้นจะไม่เป็นการยากไซร้ ท่านว่าเจ้าหนี้จะต้องบังคับการชำระหนี้รายนั้นเอาจากทรัพย์สินของลูกหนี้ก่อน

  • สรุปความ แม้ว่าผู้ค้ำจะเรียกให้ลูกหนี้ชำระหนี้ก่อนแล้ว แต่ถ้าผู้ค้ำประกันพิสูจน์ได้ว่า ลูกหนี้จะสามารถชำระหนี้ได้ เจ้าหนี้จะต้องบังคับการชำระหนี้นั้นจากลูกหนี้ก่อน 

มาตรา 698 อันผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิดในขณะเมื่อหนี้ของลูกหนี้ระงับสิ้นไปไม่ว่าเพราะเหตุใด ๆ

  • สรุปความ ผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากความรับผิด เมื่อหนี้ของลูกหนี้นั้นถูกระงับไป ไม่ว่าด้วยเพราะเหตุใดก็ตาม

มาตรา 700 ถ้าค้ำประกันหนี้อันจะต้องชำระ ณ เวลามีกำหนดแน่นอนและเจ้าหนี้ยอมผ่อนเวลาให้แก่ลูกหนี้ ผู้ค้ำประกันย่อมหลุดพ้นจากความรับผิด เว้นแต่ผู้ค้ำประกันจะได้ตกลงด้วยในการผ่อนเวลานั้น ข้อตกลงที่ผู้ค้ำประกันทำไว้ล่วงหน้าก่อนเจ้าหนี้ผ่อนเวลาอันมีผลเป็นการยินยอมให้เจ้าหนี้ผ่อนเวลา ข้อตกลงนั้นใช้บังคับมิได้

  • สรุปความ หากค้ำประกันหนี้ที่มีเวลากำหนดชำระหนี้ที่ชัดเจน แล้วทางเจ้าหนี้ขยายเวลาชำระหนี้ให้ ผู้ค้ำประกันยังไม่ต้องรับผิดในการชำระหนี้นี้ เว้นแต่ผู้ค้ำประกันรับรู้และตกลงการขยายเวลาชำระด้วย ข้อตกลงที่ทำไว้ล่วงหน้าก่อนเจ้าหนี้ขยายเวลาชำระหนี้จะบังคับใช้ไม่ได้  

มาตรา 701 ผู้ค้ำประกันจะขอชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ตั้งแต่เมื่อถึงกำหนดชำระก็ได้ ถ้าเจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้ ผู้ค้ำประกันก็เป็นอันหลุดพ้นจากความรับผิด

  • สรุปความ หากผู้ค้ำขอชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ แต่หากเจ้าหนี้ไม่ยอมรับชำระหนี้ ผู้ค้ำจะพ้นจากความรับผิด

การจะเซ็นค้ำประกันให้ใครนั้นจำเป็นที่จะต้องไตร่ตรองให้ดีก่อนเพราะสัญญาดังกล่าวนั้นจะเป็นสัญญาผูกพันตัวเราไปจนกว่าลูกหนี้จะชำระหนี้หมด ถึงแม้ว่าคนที่ไปค้ำให้จะเป็นคนที่รู้จักกันเป็นอย่างดีก็ตามและถ้าหากทุกท่านชื่นชอบบทความแบบนี้ สาระอสังหายังมีบทความดี ๆ เกี่ยวกับกฎหมาย รวมถึงที่ดินและอสังหาฯ อีกมากมายที่รอให้ท่านได้ค้นพบที่ สาระอสังหา

หมวดหมู่